St.erato

Friday, November 04, 2005

ดอกทานตะวันกับข้าวเหนียวนึ่ง

ด-อ-ก-ท-า-น-ต-ะ-วั-น-กั-บ-ข้-า-ว-เ-ห-นี-ย-ว-นึ่-ง

“รักเขาข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง” คำเปรียบเปรยที่เราคงเคยได้ยินมาตั้งแต่ยังเยาว์ แต่จนทุกวันนี้ผมเองก็ยังไม่เคยเข้าใจเลยว่า “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ข้าวเหนียวนึ่ง” จริงๆ แล้ว มันน่าจะเป็นว่า “รักเขาข้างเดียวเหมือนดอกทานตะวัน” มากกว่านะ เอาสิทีนี้หลายคนอาจงงต่อว่าแล้ว “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ดอกทานตะวัน” อย่าพึ่งใจร้อนๆ ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง เอาเป็นว่าผมเล่าเป็นนิทานก็แล้วกัน (กำลังอินกับงานสัมมนาวิชาการงานหนึ่ง) แต่ขอเกริ่นก่อนว่าดอกทานตะวันน่าสงสารนะครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งเทพนิยายปรัมปรา มีเทพบุตรรูปงามเกินกว่าเทพบุตรทั้งปวงบนเทือกเขาโอลิมปัสนาม “อพอลโล” ซึ่งมีบทบาทหน้าที่เป็นที่รู้กันดีทั่วโลกว่าเป็นผู้ขับรถพระอาทิตย์ขึ้นจากคาบสมุทรโคจรไปตามสุริยะวิถีจนกว่าจะถึงสุดขอบทิศตะวันตกในยามเย็น

ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกวันชั่วนิรันดร์กาลนี้ นางฟ้านาม “ไคลที” แอบเฝ้าดู คิดถึง หลงรัก และแอบเก็บเทพบุตรอพอลโลวางไว้เคียงดวงใจใบน้อยของนาง ทั้งพร่ำเพ้อละเมอหา โดยที่เทพบุตรรูปงามไม่เคยรับรู้ และไม่เคยเหลียวแลเทพธิดาผู้เฝ้ารักนางนี้แม้แต่น้อย

การที่ไคลทีเฝ้าหลงรักอพอลโล และเฝ้าดูเทพบุตรหนุ่มทำงานตั้งแต่รุ่งเช้าผ่านฝากฟ้าไปจนจรดขอบทะเลในยามเย็นตลอดเวลาโดยไม่เคยบิดเบือนดวงตาไปทางทิศใดเลยนั้น เป็นที่รู้ดีในหมู่บรรดาเทพบุตรและเทพธิดาทั้งปวง เทพบุตรโอเชียนนัสกับเทพธิดาธีทิส ผู้เป็นพ่อและแม่ของเทพธิดาไคลที เห็นใจลูกน้อยผู้ระทมกับรักอันไม่มีทางผ่านพบ จึงดลบันดาลให้นางฟ้าไคลทีกลายเป็นต้นทานตะวัน มีดอกอันงดงามและคลี่บานผินดอกตามดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวันตั้งแต่รุ่งอรุณเปิกฟ้าจนทิวาลาลับ ไม่ต้องทุกข์เศร้ากับการแอบรักข้างเดียวโดยที่เทพบุตรหนุ่มไม่เหลียวแลอีกต่อไป

และทั้งหมดนี้คือตำนานของ “รักเขาข้างเดียวเหมือนดอกทานตะวัน” เห็นไหมครับว่าดอกตะวันมีความเป็นมาที่น่าสงสารกว่าที่เราคิดกันครับ

สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกคนมีความสุขกับการแอบรัก ถึงแม้มันจะดูน่าสงสารไปบ้าง แต่อย่างน้อยการที่ได้รักใครสักคนมันก็น่าจะช่วยให้ดวงใจดวงน้อยๆ ของเราทุกคนได้พองโต การมีใครมารักเรานั้น เราไม่มีทางรู้ว่าเราจะอยู่ในใจเขาได้นานเท่าไหร่ แต่การที่เราได้แอบรักใครแล้วนั้น เขาจะอยู่ในใจของเราชั่วนิรันดร์กาล แม้ว่าใครคนนั้นจะไม่เคยรับรู้เลยก็ตาม

แต่อย่างไรก็ตามผมขอทิ้งคำถามสุดท้ายไว้นะครับว่า ถ้าใครพอจะทราบว่า “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ข้าวเหนียวนึ่ง” ช่วยบอกผ่านเจ้า blog ตัวน้อยของผมตัวนี้ให้ด้วยนะครับ

Wednesday, August 31, 2005

มหัศจรรย์แห่งรัก

ม-หั-ศ-จ-ร-ร-ย์-แ-ห่-ง-รั-ก

ผมชอบเรื่องนี้จริงๆนะ มันเป็นเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นจริง บางคนอาจว่าเพี้ยน แต่ผมว่าเรื่องนี้หละที่จะแสดงถึงอิทธิฤทธิ์ของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของ"กลไกแห่งรัก" ผมชอบเรื่องนี้ หวังว่าหลายคนคงคิดเหมือนผมและคงอ่านเรื่องนี้ไปพร้อมกับอมยิ้มเล็กๆในหัวใจดวงน้อยๆ

คนเราใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีในการชงกาแฟสักถ้วย เราใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีในการเขียนและส่งอีเมล และเราใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการบินข้ามทวีป แล้วทำไม เราจึงจะไม่สามารถตัดสินใจแต่งงานกับคนที่เราเพิ่งรู้จักเพียงแค่ 7 ชั่วโมงได้ล่ะ

นายถังและนางสาวหวงเดินเกี่ยวก้อยกันเข้า ‘พิธีแต่งงานสายฟ้าแลบ’ หลังจากที่หญิงสาววัย 28 ปีบังเอิญรับโทรศัพท์จากนายถังและพูดคุยกันอย่างถูกคอนาน 7 ชั่วโมง ถึงขั้นตัดสินใจควงแขนกันไปจดทะเบียนสมรส ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ปัจจุบันมีคนหนุ่มสาวจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ตัดสินใจลั่นระฆังวิวาห์หลังจากเห็นหน้ากันเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

เจิ้งหูเซิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาเรื่องแต่งงานเผยว่า การแต่งงานแบบเก่าจะขึ้นอยู่กับฐานะของคู่สมรส ในขณะที่ปัจจุบันหนุ่มสาวรุ่นใหม่จะให้ความสำคัญกับความรักมากกว่าฐานะ บ่อยครั้งที่พวกเขาจะขีดวาดมาตรฐานคนรักในอนาคตไว้ และเมื่อได้พบเจอคนที่ ‘ใช่’ แล้ว ก็มักจะตัดสินใจและไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดไป

สุดท้ายผมไม่รู้ว่าคนทั้งสองนี้จะจูงมือกันเดินไปได้ไกลแค่ไหน แต่ที่ผมรู้คือตอนนี้ทั้งคู่ได้เลือกแล้ว เลือกที่จะ"รักเธอ" และผมหวังเพียงว่า"ความรัก" (เรื่องของคนสองคน แค่สองคนเท่านั้นนะ) เมื่อเกิดขึ้นกับใครและใครแล้ว ขอให้เขาและเธอเก็บเกี่ยว โอบอุ้ม รักษามันไว้ในมือสองมือที่กุมกันอยู่ แล้วร่วมเดินเคียงข้างกันไป และเมื่อใดก็ตามที่เดินมาถึงทางแยกหรือทางตัน เจ้าแมลงแห่งรักที่ทั้งสองเก็บรักษามันไว้นี่เองจะช่วยส่องแสงนำทางแบบรักๆให้

Monday, August 29, 2005

ความรู้สึกพอ

ค-ว-า-ม-รู้-สึ-ก-พ-อ

“ความรู้สึกพอ” ไม่ใช่มาจากการเติมเต็มสิ่งที่คุณต้องการ แต่มาจากการตระหนักว่าคุณมีมากมายและเพียงพอ เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูอีกบานหนึ่งก็จะเปิดออก แต่บ่อยครั้งเรามัวแต่จ้องบานประตูที่ปิดลงเท่านั้น ไม่ได้สังเกตเห็นประตูอีกบานหนึ่งที่เปิดออกเพื่อเรา จริงอยู่ พวกเรามักจะรู้ว่าตนเอง มี ก็ต่อเมื่อเราสูญเสียมัน แต่พวกเราก็ต้องคอยจนกว่าของสิ่งนั้นมาถึง จึงจะรู้ตัวว่าเราไม่มีมันการมอบความรักทั้งหมดให้กับผู้อื่นมิได้หมายความว่าเราจะได้รับความรักตอบกลับมาอย่างเท่าเทียมกัน อย่าหวังว่ารักผู้อื่นแล้วผู้อื่นจะรักตอบ จงสนใจแค่ให้ความรักนั้นเติบโตขึ้นในใจพวกเขา แต่ถ้าไม่เติบโตขึ้นเลย ก็จงพอใจกับความรักที่เติบโตขึ้นในใจของคุณเอง

หนึ่งนาทีจึงจะทำลายคน ๆ หนึ่งได้ หนึ่งชั่วโมงจึงจะชอบคน ๆ หนึ่งได้ หนึ่งวันจึงจะรักคน ๆ หนึ่งได้ แต่ต้องใช้เวลาตลอดชั่วชีวิต จึงจะลืมคน ๆ หนึ่งได้ จงอย่ามองเพียงรูปภายนอก เพราะสักวันมันจะหลอกคุณ จงอย่ามองแค่ความร่ำรวย ทรัพย์สมบัติ เพราะสักวันมันจะซีดจางลง หาใครสักคนที่ยิ้มให้คุณ เพราะเมื่อมีร้อยยิ้ม จะทำให้อารมณ์ของคุณดีขึ้น หาใครสักคนที่ทำให้คุณอมยิ้มได้จากใจจริง บางครั้ง เมื่อคุณคิดถึงใครสักคน ความคิดถึงนั้นอาจถึงขั้นให้คุณคว้าตัวเขาออกมาจากความฝัน โอบกอดตัวเขาเอาไว้ ไล่ตามความฝันของคุณเอง ไปยังที่ ๆ คุณอยากไป เป็นอย่างคนที่คุณอยากเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว ซึ่งหมายถึงมีเพียงโอกาสเดียว ในการทำสิ่งที่คุณอยากทำ