ดอกทานตะวันกับข้าวเหนียวนึ่ง
ด-อ-ก-ท-า-น-ต-ะ-วั-น-กั-บ-ข้-า-ว-เ-ห-นี-ย-ว-นึ่-ง
“รักเขาข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง” คำเปรียบเปรยที่เราคงเคยได้ยินมาตั้งแต่ยังเยาว์ แต่จนทุกวันนี้ผมเองก็ยังไม่เคยเข้าใจเลยว่า “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ข้าวเหนียวนึ่ง” จริงๆ แล้ว มันน่าจะเป็นว่า “รักเขาข้างเดียวเหมือนดอกทานตะวัน” มากกว่านะ เอาสิทีนี้หลายคนอาจงงต่อว่าแล้ว “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ดอกทานตะวัน” อย่าพึ่งใจร้อนๆ ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง เอาเป็นว่าผมเล่าเป็นนิทานก็แล้วกัน (กำลังอินกับงานสัมมนาวิชาการงานหนึ่ง) แต่ขอเกริ่นก่อนว่าดอกทานตะวันน่าสงสารนะครับ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งเทพนิยายปรัมปรา มีเทพบุตรรูปงามเกินกว่าเทพบุตรทั้งปวงบนเทือกเขาโอลิมปัสนาม “อพอลโล” ซึ่งมีบทบาทหน้าที่เป็นที่รู้กันดีทั่วโลกว่าเป็นผู้ขับรถพระอาทิตย์ขึ้นจากคาบสมุทรโคจรไปตามสุริยะวิถีจนกว่าจะถึงสุดขอบทิศตะวันตกในยามเย็น
ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกวันชั่วนิรันดร์กาลนี้ นางฟ้านาม “ไคลที” แอบเฝ้าดู คิดถึง หลงรัก และแอบเก็บเทพบุตรอพอลโลวางไว้เคียงดวงใจใบน้อยของนาง ทั้งพร่ำเพ้อละเมอหา โดยที่เทพบุตรรูปงามไม่เคยรับรู้ และไม่เคยเหลียวแลเทพธิดาผู้เฝ้ารักนางนี้แม้แต่น้อย
การที่ไคลทีเฝ้าหลงรักอพอลโล และเฝ้าดูเทพบุตรหนุ่มทำงานตั้งแต่รุ่งเช้าผ่านฝากฟ้าไปจนจรดขอบทะเลในยามเย็นตลอดเวลาโดยไม่เคยบิดเบือนดวงตาไปทางทิศใดเลยนั้น เป็นที่รู้ดีในหมู่บรรดาเทพบุตรและเทพธิดาทั้งปวง เทพบุตรโอเชียนนัสกับเทพธิดาธีทิส ผู้เป็นพ่อและแม่ของเทพธิดาไคลที เห็นใจลูกน้อยผู้ระทมกับรักอันไม่มีทางผ่านพบ จึงดลบันดาลให้นางฟ้าไคลทีกลายเป็นต้นทานตะวัน มีดอกอันงดงามและคลี่บานผินดอกตามดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวันตั้งแต่รุ่งอรุณเปิกฟ้าจนทิวาลาลับ ไม่ต้องทุกข์เศร้ากับการแอบรักข้างเดียวโดยที่เทพบุตรหนุ่มไม่เหลียวแลอีกต่อไป
และทั้งหมดนี้คือตำนานของ “รักเขาข้างเดียวเหมือนดอกทานตะวัน” เห็นไหมครับว่าดอกตะวันมีความเป็นมาที่น่าสงสารกว่าที่เราคิดกันครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกคนมีความสุขกับการแอบรัก ถึงแม้มันจะดูน่าสงสารไปบ้าง แต่อย่างน้อยการที่ได้รักใครสักคนมันก็น่าจะช่วยให้ดวงใจดวงน้อยๆ ของเราทุกคนได้พองโต การมีใครมารักเรานั้น เราไม่มีทางรู้ว่าเราจะอยู่ในใจเขาได้นานเท่าไหร่ แต่การที่เราได้แอบรักใครแล้วนั้น เขาจะอยู่ในใจของเราชั่วนิรันดร์กาล แม้ว่าใครคนนั้นจะไม่เคยรับรู้เลยก็ตาม
แต่อย่างไรก็ตามผมขอทิ้งคำถามสุดท้ายไว้นะครับว่า ถ้าใครพอจะทราบว่า “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ข้าวเหนียวนึ่ง” ช่วยบอกผ่านเจ้า blog ตัวน้อยของผมตัวนี้ให้ด้วยนะครับ
“รักเขาข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง” คำเปรียบเปรยที่เราคงเคยได้ยินมาตั้งแต่ยังเยาว์ แต่จนทุกวันนี้ผมเองก็ยังไม่เคยเข้าใจเลยว่า “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ข้าวเหนียวนึ่ง” จริงๆ แล้ว มันน่าจะเป็นว่า “รักเขาข้างเดียวเหมือนดอกทานตะวัน” มากกว่านะ เอาสิทีนี้หลายคนอาจงงต่อว่าแล้ว “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ดอกทานตะวัน” อย่าพึ่งใจร้อนๆ ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง เอาเป็นว่าผมเล่าเป็นนิทานก็แล้วกัน (กำลังอินกับงานสัมมนาวิชาการงานหนึ่ง) แต่ขอเกริ่นก่อนว่าดอกทานตะวันน่าสงสารนะครับ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งเทพนิยายปรัมปรา มีเทพบุตรรูปงามเกินกว่าเทพบุตรทั้งปวงบนเทือกเขาโอลิมปัสนาม “อพอลโล” ซึ่งมีบทบาทหน้าที่เป็นที่รู้กันดีทั่วโลกว่าเป็นผู้ขับรถพระอาทิตย์ขึ้นจากคาบสมุทรโคจรไปตามสุริยะวิถีจนกว่าจะถึงสุดขอบทิศตะวันตกในยามเย็น
ในการปฏิบัติหน้าที่ทุกวันชั่วนิรันดร์กาลนี้ นางฟ้านาม “ไคลที” แอบเฝ้าดู คิดถึง หลงรัก และแอบเก็บเทพบุตรอพอลโลวางไว้เคียงดวงใจใบน้อยของนาง ทั้งพร่ำเพ้อละเมอหา โดยที่เทพบุตรรูปงามไม่เคยรับรู้ และไม่เคยเหลียวแลเทพธิดาผู้เฝ้ารักนางนี้แม้แต่น้อย
การที่ไคลทีเฝ้าหลงรักอพอลโล และเฝ้าดูเทพบุตรหนุ่มทำงานตั้งแต่รุ่งเช้าผ่านฝากฟ้าไปจนจรดขอบทะเลในยามเย็นตลอดเวลาโดยไม่เคยบิดเบือนดวงตาไปทางทิศใดเลยนั้น เป็นที่รู้ดีในหมู่บรรดาเทพบุตรและเทพธิดาทั้งปวง เทพบุตรโอเชียนนัสกับเทพธิดาธีทิส ผู้เป็นพ่อและแม่ของเทพธิดาไคลที เห็นใจลูกน้อยผู้ระทมกับรักอันไม่มีทางผ่านพบ จึงดลบันดาลให้นางฟ้าไคลทีกลายเป็นต้นทานตะวัน มีดอกอันงดงามและคลี่บานผินดอกตามดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวันตั้งแต่รุ่งอรุณเปิกฟ้าจนทิวาลาลับ ไม่ต้องทุกข์เศร้ากับการแอบรักข้างเดียวโดยที่เทพบุตรหนุ่มไม่เหลียวแลอีกต่อไป
และทั้งหมดนี้คือตำนานของ “รักเขาข้างเดียวเหมือนดอกทานตะวัน” เห็นไหมครับว่าดอกตะวันมีความเป็นมาที่น่าสงสารกว่าที่เราคิดกันครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกคนมีความสุขกับการแอบรัก ถึงแม้มันจะดูน่าสงสารไปบ้าง แต่อย่างน้อยการที่ได้รักใครสักคนมันก็น่าจะช่วยให้ดวงใจดวงน้อยๆ ของเราทุกคนได้พองโต การมีใครมารักเรานั้น เราไม่มีทางรู้ว่าเราจะอยู่ในใจเขาได้นานเท่าไหร่ แต่การที่เราได้แอบรักใครแล้วนั้น เขาจะอยู่ในใจของเราชั่วนิรันดร์กาล แม้ว่าใครคนนั้นจะไม่เคยรับรู้เลยก็ตาม
แต่อย่างไรก็ตามผมขอทิ้งคำถามสุดท้ายไว้นะครับว่า ถ้าใครพอจะทราบว่า “รักเขาข้างเดียว” มันไปเกี่ยวอะไรกะ “ข้าวเหนียวนึ่ง” ช่วยบอกผ่านเจ้า blog ตัวน้อยของผมตัวนี้ให้ด้วยนะครับ

